คู่มือการเลือกใช้ POE Switch

คู่มือการเลือกใช้ POE Switch

Published : 2020-01-21 - Categories : Internet & Networking

คู่มือการเลือกใช้ POE Switch

POE หรือ Power over Ethernet เป็นเทคโนโลยี่ในการจ่ายไฟเลี้ยง ไปกับสาย Lan (สาย UTP) ให้กับอุปกรณ์เครือข่ายที่รองรับ เช่น Access Point, IP-Camera, IP-Phone (อุปกรณ์ที่รับไฟพวกนี้เราจะเรียกว่า PD) โดยที่เราไม่ต้องหาปลั๊กไฟติดตั้งไว้ใกล้ๆกับอุปกรณ์ เพื่อต่อ DC Adapter จ่ายไฟเข้าไปครั

สายไฟจาก DC Adapter ระยะสายจะได้เต็มที่ก็ประมาณ 1-1.5 เมตร ถ้าเราต่อสายไฟเพิ่มยาวๆ ไฟ DC จะเริ่มลดลงเช่นจาก 12VDC เหลือ 10 VDC จะทำให้อุปกรณ์ Network ไม่ทำงาน หรือ เวลาติดตั้ง Access Point , กล้อง IP-Camera บนฝ้า บนเสา ต้องเดินสายไฟ ต่อปลั๊กกันอีก ค่อนข้างวุ่นวาย และ ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาจะสูง รวมถึง ความปลอดภัยค่อนข้างน้อย ถ้าปลั๊กหลวมมีโอกาสที่จะไปโดนทำให้ปลั๊กหลุดได้ครับ

อุปกรณ์ POE ที่มีหน้าที่จ่ายไฟออกมา เราจะเรียกว่า PSE แบ่งหลักๆได้ 2 แบบ

1. POE Injector

POE Injector จะเป็นอุปกรณ์ POE แบบช่องเดียว มีทั้งแบบ Port Gigabit (1000Mbps) และ Port Fast (100Mbps)

ข้อดีคือ สะดวก ตัวเล็กๆ ราคาไม่แพง

ข้อเสียคือ ถ้าใช้อุปกรณ์ PD หลายๆตัว ต้องมี POE Injector หลายตัวในตู้ Rack ทำให้ร้อนครับ

2. POE Switch

POE Switch เป็นอุปกรณ์ Switch ที่มีการจ่ายไฟออกมาด้วย

ข้อดี มีหลาย Port บางรุ่นมี Port Uplink ที่เป็น Port Lan และ Port SFP เพื่อเชื่อมต่อกับ Switch ตัวอื่นๆผ่านทางสาย Lan และ Fiber Optic ได้ อุปกรณ์ Switch รุ่นที่เป็น Managed จะจัดการเรื่อง VLAN ทำให้ระบบเครือข่ายมีความปลอดภัยมากขึ้น และ Feature อื่นๆที่ใช้กันใน Switch ครับ

ข้อเสีย ถ้าใช้อุปกรณ์ที่รับไฟ POE (PD) 1-2 ตัว ไม่ค่อยคุ้มครับ

มาตรฐานการจ่ายไฟของ POE แบ่งได้เป็น 2 แบบ

A. POE แบบมาตรฐาน IEEE 802.3

ที่ใช้กันเยอะในปัจุบัน จะแบ่งเป็นมาตรฐานตามนี้ครับ

802.3af (POE) มาตรฐานนี้จะจ่ายกำลังไฟได้สูงสุด 15.4Watt (W) ใช้กับอุปกรณ์ Access Point ทั่วๆไป, IP-Phone, กล้อง IP-Camear ที่เป็นแบบ Fix ไม่มีการ Pan/Tilt/Zoom (PTZ)
802.3at (POE+) มาตรฐานจ่ายกำลังไฟได้สูงสุด 30Watt ใช้กับพวกอุปกรณ์ Access Point ที่กำลังส่งสูงๆ , กล้อง IP-Camera ที่มีพวก PTZ
802.3bt (POE++) เริ่มจะมีใช้แล้วครับ จะจ่ายกำลังไฟได้ 60Watt ใช้กับ Access Point ที่เป็น WIFI AX, กล้อง IP-Camera ที่เป็น Speed Dome

ส่วน Voltage จะอยู่ที่ประมาณ 48-52VDC แต่เราไม่ค่อยได้ดู Volt ครับ ดูที่กำลัง Watt

อุปกรณ์ POE ที่เป็นมาตรฐาน IEEE จะมีวงจรตรวจสอบอุปกรณ์ Network ที่เชื่อมต่อ ถ้าเราเอาไปต่อกับอุปกรณ์ Network ที่ไม่รองรับ POE จะไม่มีการจ่ายไฟออกมาครับ

B. อุปกรณ์ POE แบบ Passive

ส่วนใหญ่จะจ่ายไฟ 24VDC กำลังไฟจะประมาณ 12-24W อุปกรณ์พวกนี้จะจ่ายไฟเข้าไปตรงๆที่สาย Lan เลย ไม่มีการตรวจสอบอุปกรณ์ Network ปลายทาง ข้อดีของอุปกรณ์แบบนี้คือราคาถูก เมื่อเทียบกับอุปกรณ์ POE ที่เป็นมาตรฐาน IEEE

 

การเลือก POE มาใช้กับอุปกรณ์ Network เช่นพวก Access Point, IP-Camera, IP-Phone

1. ตรวจสอบใน Datasheet ของอุปกรณ์ หรือ สอบถามทางร้านก็ได้ครับ ว่าอุปกรณ์ที่เรามี รองรับ POE หรือไม่ ถ้ารองรับ รองรับ POE แบบไหน

ตัวอย่าง

1.1 Access Point Engenius EWS330AP

เปิด Datasheet ส่วนใหญ่จะใช้คำว่า Power จะเจอข้อมูลประมาณนี้ครับ

Power Consumption: คืออัตราการใช้กำลังไฟ หน่วยเป็น Watt ในรูป ใช้ 11.9W
Power Source: แหล่งจ่ายไฟที่ตัว Access Point รองรับรับ ตัวอย่างเป็น 12V/1A อันนี้หมายถึงใช้ร่วมกับ DC Adapter ได้ และ Power Over Ethernet 802.3af นี้คือมาตรฐาน IEEE ครับ เราต้องเลือกใช้ POE ที่มาตรฐาน 802.3af

ค่าที่สำคัญอีกอย่างคือ ความเร็ว Port Lan

engenius ews330ap

ใน Datasheet มักจะใช้คำว่า Interface จากในรูป เป็น Port Lan ความเร็ว Gigabit

เพราะฉะนั้น เราต้องเลือกใช้ POE ที่เป็นมาตรฐาน IEEE 802.3af Port Gigabit

 

1.2 เป็น Access Point IP-COM รุ่น W36AP

Datasheet

IP-COM W360AP

จากรูป Power Consumption 13.5W แต่ Power suppy standard เขาแนะนำให้ใช้ POE 802.3at ก็ควรจะใช้แต่ที่ทาง IP-COM แนะนำครับ

ส่วน Ethernet Port ก็คือ Port Lan ความเร็ว Gigabit

เลือกใช้ POE ที่เป็นมาตรฐาน IEEE 802.3at Port Gigabit

 

1.3 ตัวอย่างนี้ เป็นอุปกรณ์ Access Point แบบ Outdoor

Engenius ENS620EXT จะใช้ POE แบบ Passive 24VDC ครับ ส่วนใหญ่จะแถมมากับอุปกรณ์ในกล่อง แต่ถ้ามันเสียต้องหามาเปลี่ยน ก็เลือก POE แบบ Passive 24VDC Port Gigabit ครับ

 POE Passive

1.4 เป็นกล้อง IP Camera ครับ เปิด Datasheet หาคำว่า Power เช่นกันครับ

IP-Camera

ในรูป Power Consumption 9W ใช้ POE มาตรฐาน 802.3af ส่วน Port Lan ในกล้อง IP-Camera ส่วนใหญ่จะเป็น 10/100Mbps (Fast Ethernet) ครับ เพราะไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วระดับ Gigabit

เลือกใช้ POE มาตรฐาน 802.3af Port Fast Ethernet (10/100Mbps)

1.4 เป็นกล้อง IP Camera แบบ Speed Dome ครับ

เปิด Datasheet หาคำว่า Power Consumption

poe ip-camera speed dome

กล้องรุ่นนี้จะมีพวก Motor ทำให้กินไฟค่อนข้างสูงถึง 50W ใช้ POE มาตรฐาน 802.3af หรือ at ไม่ได้แน่นอนครับ

ต้องใช้เป็น POE มาตรฐาน 802.3bt ซึ่งจะจ่ายไฟได้สูงถึง 60W 

2. จำนวนอุปกรณ์ Network (PD) ที่จะติดตั้ง

ถ้าติดตั้งไม่เยอะ ซัก 1-2 ตัว เลือกใช้เป็น POE Injector ก็ได้ครับ

POE Injector

POE Injector มีช่อง Port Lan สำหรับต่อเข้า Switch หรือ Router และอีก Port จะมีคำว่า POE

Port นี้จะมีไฟออกมา จะต่อเข้ากับอุปกรณ์ Network ที่รองรับ POE (PD)

POE Injector จะมีทั้งแบบ Passive 24VDC และ แบบมาตรฐาน 802.3af/at

 เนื่องจากหน้าตามันคล้ายๆกัน ต้องอ่านตรงป้ายให้ดีครับ ว่าเป็น POE แบบไหน

ตัวอย่าง รูปนี้จะเป็น POE มาตรฐาน 802.3af/at (จ่ายไฟได้สูงสุด 30W) สามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์ Network ที่มีความเร็ว Gigabit ได้ด้วยครับ

POE Injector 802.3af/at

 ส่วนรูปนี้ เป็น POE แบบ Passive 24VDC จะใช้กับอุปกรณ์ Network ที่รองรับ POE แบบ Passive 24VDC

POE Injector Passive 24VDC

ถ้าต้องการติดตั้งอุปกรณ์ Network ที่ใช้ไฟ POE หลายๆตัว

แนะนำเป็น POE Switch ครับ เพราะถ้าใช้ POE Injector ราคาหน่วยต่อตัวและใช้หลายๆตัว จะสูงกว่า POE Switch และ ถ้าติดตั้ง POE Injector ในตู้ Rack หลายๆตัวด้วย มันเปลืองปลั๊กไฟ รวมถึง ความร้อนที่ออกมาจากตัว POE ครับ

3. การเลือกใช้ POE Switch

3.1 คำนวนกำลังไฟของอุปกรณ์ Network (PD) ที่ใช้

ใน Datasheet ของ POE Switch จะมีค่านึงที่เรียกว่า POE Budget หรือ Power Budget ซึ่งหมายถึง กำลังไฟ (Watt) ที่จ่ายออกมาได้สูงสุด ทีนี้เราต้องนำค่านี้มาคำนวน เทียบกับ กำลังไฟของอุปกรณ์ Network ทั้งหมดที่เราจะใช้ POE Switch จ่ายไฟไปให้

การคำนวนก็ง่ายๆเลยครับ เอาค่า Power Consumption มาคูณกับ จำนวนอุปกรณ์ Netwrok (PD) ที่จะใช้

จากตัวอย่าง 1.1 ต้องการติดตั้ง Access Point Engenius EWS330AP x 5 ตัว

EWS330AP ใช้ไฟ 12W (11.9W) 12 x 5 ตัว = 60W

เลือก POE Switch ที่มี POE Budget มากกว่า 60W

จำนวน Port Lan ที่จ่ายไฟ POE ออกมาไม่น้อยกว่า 5 Port (5 Port POE) และมี Port ที่เชื่อมต่อกับ Router อีก 1 Port ซึ่ง Port นี้ไม่ต้องเป็น Port POE ก็ได้ครับ และมีความเร็ว Port เป็น Gigabit

ตัวอย่าง POE Switch ที่ใช้ก็จะเป็นรุ่นนี้ครับ Engenius EWS2910P ใน Website จะแจ้งเลยครับว่า กำลังไฟสูงสุดเท่าไหร่ รวมถึงความเร็ว Port

อีกตัวอย่างครับ

กล้อง IP-Camera จากข้อ 1.3 ถ้าติดตั้ง 8 กล้อง

Power Consumption 9W x 8 ตัว ใช้กำลังไฟรวม 72W

ถ้าใช้กับกล้อง IP เลือกที่เป็น Port Lan ความเร็ว 10/100Mbps ก็พอ ราคาจะถูกกว่าแบบ Gigabit เกือบเท่าตัว

เลือกเป็น POE Switch IP-COM รุ่น F1110p-8 ได้เลยครับ จ่ายไฟ POE ได้ 8 Port มี POE Budget 100W และ มี Port Gigabit อีก 2 Port ไว้ต่อกับ Router ได้อีก

กล้อง IP-Camera จากข้อ 1.4 ที่เป็นแบบ Speed Dome 1 กล้อง

กล้องพวกนี้กินไฟสูงครับ ใน Datasheet ต้องใช้ถึง 50W จะหา POE Switch ที่จ่ายไฟมาตรฐาน 802.3bt จะยากซักหน่อย เนื่องจากเป็นมาตรฐานใหม่

ใช้รุ่นนี้ครับ Zyxel GS1350-6HP  

3.2 POE Switch ที่เป็น Managed หรือ UnManaged 

ขึ้นอยู่กับว่าเราได้ทำ VLAN หรือเปล่า ต้องการ Security ในระบบหรือไม่ ถ้าไม่ได้ทำ ก็ใช้เป็น UnManaged ก็พอครับ

  

3.3 Feature POE Switch ที่ควรจะมีไว้ครับ

1. Auto PD Recovery

บางครั้งอุปกรณ์ Network (PD) เช่นพวก Access Point, กล้อง IP มันค้าง วิธีแก้ไขเบื้องต้น เราจะทำการปิด/เปิด อุปกรณ์พวกนี้ใหม่ หรือ ไปดึงสาย Lan ที่ Port ของ POE Switch ออกแล้วเสียบเข้าไปเพื่อให้อุปกรณ์ PD ทำการ Reboot

Mode Auto PD Recovery ตัว POE Switch จะทำการ Ping ไปหาอุปกรณ์ PD เป็นระยะๆ ถ้า Ping แล้วไม่มีการตอบกลับตามเวลา และ จำนวนครั้งที่กำหนด ก็จะทำการ ปิด/เปิด การจ่ายไฟ เพื่อให้อุปกรณ์ PD Reboot ใหม่อีกครั้ง

ตัวอย่างจะเป็น POE Managed Switch ที่มี Feature นี้จะเป็นของ Zyxel GS1350 Series ครับ

2. Continuous POE

ปกติพวกอุปกรณ์ POE Managed Switch ถ้าเรามีการแก้ไขค่า Config, Reset อุปกรณ์ POE Switch จะมีการ Reboot ทำให้หยุดการจ่ายไฟ แต่ Feature นี้จะทำให้ POE Switch จ่ายไฟได้ตลอด

3. Extended Range

เป็น Feature ที่ช่วยให้เดินสาย Lan ไปยังอุปกรณ์ PD ที่ความยาวมากกว่า 100 เมตร ได้สูงสุดที่ 250 เมตร เป็นมาตรฐาน 802.3i

แต่จะได้ Bandwidth ที่ 10Mbps จะเหมาะกับใช้ร่วมกับอุปกรณ์ที่ใช้ Bandwidth ไม่มาก เช่นพวกกล้อง IP-Camera ที่ต้องการเดินสาย Lan มากกว่า 100 เมตร

ถ้าเลือกใช้ POE Switch ที่มี POE Budget ไม่เพียงพอกับกำลังไฟที่อุปกรณ์ Network ต้องการใช้

เช่น ใช้ Access Point รุ่นที่ต้องการไฟ POE 20W จำนวน 8 ตัว เพราะฉะนั้นเราต้องใช้ POE Switch ที่จ่ายไฟสูงสุด (POE Budget) ได้มากกว่า 160W (20W x 8 = 160W) แต่ไปเลือกใช้ POE Switch ที่มี POE Budget ที่มีแค่ 80W

จะเกิดปัญหา 2 แบบครับ

1. ถ้า POE Switch ถูกๆ ไม่มีคุณภาพ ที่เจอบ่อยคือ Adapter เสีย

2. POE Switch ที่เป็นมาตรฐาน ส่วนใหญ่จะจ่ายไฟตามลำดับความสำคัญก่อน เช่น จ่ายไฟเลี้ยงไปที่ Access Point ได้แค่ 4 Port แรก ส่วนอีก 4 Port ที่เหลือไม่จ่าย

ถ้าต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ POE Switch/ POE Injector สอบถามข้อมูลทางร้านโดยตรงได้เลยครับ ทางร้านจะเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมให้ครับ

Please log in to rate this article

Share this content

Follow us on Facebook