Review PEPWave Surf SOHO เชื่อมเครือข่ายด้วย PepVPN ผ่าน 4G LTE



ในบทความนี้จะเน้นทดสอบในส่วนการเชื่อมต่อฐานข้อมูล ระหว่างสาขาค่อนข้างเยอะนิดนึงนะครับ เนื่องจากมีลูกค้าสอบถามเรื่องการใช้โปรแกรมพวก Client/Server ผ่านทาง VPN มาค่อนข้างเยอะครับ


ตัวอย่าง. เช่น เรามีฐานข้อมูล (Databse) ที่สำนักงานใหญ่ เป็นพวก RDBMS เช่น พวก SQL Server, Oracle, MySQL และ เราต้องการใช้โปรแกรมโดยนำไปติดตั้งอยู่ตามสาขา, สำนักงานย่อย, Site งานชั่วคราว ที่เชื่อมต่อ Internet ได้ อาจจะเป็น 4G LTE ก็ได้ครับ มีการ Query Select, Update, Insert, Delete มาที่ฐานข้อมูล Server หลัก


การเลือกใช้ VPN เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างสาขา เป็นอะไรที่ประหยัดสุดแล้วครับ แต่ความเร็วในการ Process ก็จะขึ้นกับ Package ความเร็ว Internet ที่เราใช้ รวมถึง การออกแบบโปรแกรมที่ดีครับ



แนะนำของที่ใช้ในบทความนี้นิดนึงครับ


PepWave Surf SOHO SUS-SOHO-T จากทาง Peplink ครับ เชื่อมต่อ Internet ได้ 1 คู่สาย ทำ VPN เชื่อมต่อระหว่างสาขา รองรับทั้งแบบ Site To Site, L2TP และ PPTP รองรับความเร็ว Internet ได้สูงสุด 120Mbps ส่วนความเร็ว VPN ได้ความเร็วสูงสุด 40Mbps

PEPWave Surf SOHO vpn

รองรับการเชื่อมต่อผ่าน 4G LTE ผ่าน USB Modem (Link Backup) สามารถทำ VPN ผ่านเครือข่าย 4G ได้, กระจายสัญญาณ WIreless มาตรฐาน AC, ทำ QOS จัดการ Priority ให้ Service ต่างๆเช่นพวก Bittorent, Video ได้ครับ




WAN Interface รองรับ Internet 1 คู่สาย มี Feature Health Check ในการ Check การเชื่อมต่อ Internet โดยใช้ DNS Lookup, Ping ถ้ามี Timeout เกินกำหนดจะทำการ Disconnect

Pepwave VPN site to site



รองรับการทำ VLAN การใช้งานจะเหมือนหัวข้อนี้ครับ การ Config Ubiquiti Unifi-AP ทำ Multiple-SSID ร่วมกับ Unifi Switch

PEPWave Surf SOHO VLAN

รองรับ Port Forward, รองรับการทำ Quality Of Service (QOS) จะเป็นการจัด Priority ให้ Service ต่างๆ

Pepwave VPN site to site

PEPWave Surf SOHO QOS


รองรับทำ VPN แบบ Client To Site เช่นพวก L2TP With IPSec และ PPTP

L2TP VPN


ตัวอย่างการ Config แต่ละอุปกรณ์ที่เข้ามาเชื่อมต่อครับ


คู่มือทำ VPN L2TP IPSecs Peplink Balance One ร่วมกับ iPhone IOS 10


คู่มือทำ VPN L2TP IPSecs Peplink Balance One ร่วมกับ Windows 10


คู่มือทำ VPN L2TP IPSecs Peplink Balance One ร่วมกับ Android




Email Notification ผมใช้ของ Gmail ครับ ฟรี มันจะแจ้งเมล์เตือนเวลาเครือข่ายหลักล่ม, มีการเชื่อมต่อ VPN

PEPWave Surf SOHO email notification


PEPWave Surf SOHO email notification



Feature คร่าวๆ เท่านี้ก่อนครับ ไม่งั้นเยอะเกิน เอาหลักๆ คือการทำ VPN แบบ Site To Site, L2TP โดยเชื่อมต่อ Internet แบบ Fiber กับเชื่อมต่อผ่าน 4G LTE ครับ



PepLink/PepWave มี Feature ที่ชื่อว่า PepVPN ช่วยให้การ Config VPN แบบ Site To Site ทำได้ง่ายมากครับ

PEPWave Surf SOHO VPN Site To Site



หลักการคือแลกค่า PepVPN Local ID กัน


PEPWave Surf SOHO PepVPN



Remote ID คือค่า PepVPN Local ID ของอีกฝั่ง กำหนด Pre-shared Key ส่วน Remote IP Address ถ้าไม่ได้เช่า FIX IP ไว้ ให้ใช้ Dynamic DNS (ผมใช้ของ dyndns) ของอีกฝั่งครับ


PEPWave Surf SOHO PepVPN



การ Config อย่างละเอียดอยู่ในหัวข้อนี้ครับ คู่มือการ Config PepVPN ในอุปกรณ์ Peplink



จากรูป จะเป็นฝั่ง Site ต่อเข้า Internet TRUE Fiber ลงโปรแกรม Client เพื่อเชื่อมต่อกับ Database


ผมได้ทำการ Config ในส่วน Internet (WAN) รวมถึงเชื่อมต่อ VPN กับฝั่ง Server เรียบร้อยแล้ว (VPN Status จะขึ้น Established) ส่วน USB ไว้เป็น Link Backup ครับ (Standby)



ใช้ Sim 4G ที่แถมมากับ True หมายเลข IP ของ PEPWave ฝั่ง Site จะเป็น IP 192.168.50.1 ส่วนฝั่ง Server จะเป็นหมายเลข 192.168.10.1


PEPWave Surf SOHO VPN Site To Site


ทดสอบ Ping ไปหาฝั่ง Server ซึ่งตัวเครื่อง PC ที่ลง Database MySQL Server จะเป็นหมายเลข IP 192.168.10.11

อ้อ..เวลาทดสอบ Ping ข้าม วง Network ให้ปิดพวก Firewall ในส่วน Public Network บน Windows ด้วยนะครับ

PEPWave Surf SOHO VPN Site To Site test ping



ลองทดสอบแชร์ไฟล์หากันระหว่าง Site

PEPWave Surf SOHO VPN Site To Site



ได้ความเร็วประมาณ 30Mbps และ ค่อนข้างนิ่งเลยครับ

PEPWave Surf SOHO VPN Site To Site



ทดสอบเชื่อมต่อ Database ไปยัง Server

ตัวอย่างในบทความนี้ผมใช้ MySQL Server นะครับ ติดตั้งลงบน Windows 10

เวลาเชื่อมต่อ Database MySQL จากฝั่ง Site ต้องสร้าง User และ Grant สิทธิ์ให้สามารถ Connect ผ่าน Remote ได้ด้วยนะครับ ถ้าต้องการวิธี แจ้งได้เลยนะครับ


connect remote mysql



ผมทำโปรแกรมเล็กๆเอาไว้ Generate Record ลงบน Table ไว้ครับ ไว้เวลา Test งาน

ในแต่ละ Record จะมีอยู่ 9 Fields และแต่ละ Field มี Data Type เป็น VARCHAR ขนาด 256 Byte เพราะฉะนั้น Record นึงจะมีข้อมูลประมาณ 2KB

สร้างมา 50,000 + 20,000 Record ถ้า Query ข้อมูลมาทั้งหมดจะต้องใช้ Traffic ประมาณ 130MB


generate large databse



ทดสอบ Query จากทางฝั่ง Site จำนวน 70,000 Records ใช้เวลาประมาณ 49 วินาที ถือว่าเร็วเลยครับ เพราะถ้าเราใช้งานจริง แล้วมี Record เยอะๆ ต้องใช้ Fetch เอาทีละกี่ Record ก็ว่ากันไป

OK. เชื่อมต่อ Database ด้วยการทำ VPN Site To Site ผ่าน..



generate large record





ทดสอบเชื่อมต่อ VPN Site To Site ผ่าน 4G LTE


vpn site to site 4g lte


ผมใช้ 4G LTE USB ของ Huawei E3372 ใช้ Sim ของ TRUE ครับ



ดึงสาย Internet ออก อุปกรณ์ PepWave จะเชื่อมต่อ Internet ผ่าน 4G USB รวมถึง VPN ให้อัตโนมัติ


pepwave vpn site to site 4g lte



ในอุปกรณ์ PepWave จะมี Tool ตรวจสอบ VPN Status รวมถึง Test Speed ได้ครับ

vpn site to site 4g lte test speed



ทดสอบ Query Database

ผม Limit Record ไว้ที่ 1000 เพราะ 4G Sim ตัว Package ผมได้ฟรีแค่ 500MB ครับ เดี๋ยวจะหมดซะก่อน ^^


vpn site to site 4g lte connect database

ถือว่าผ่าน ใช้ตาม Site งานที่มีแต่ Internet 3G/4G ได้สบายๆ





ทีนี้เป็นการทดสอบผ่าน VPN แบบ Client To Site โดยจะใช้ L2TP With IPSecs ครับ

VPN L2TP IPSecs 4G


ตัวอย่างในส่วนนี้ผมใช้ Notebook เป็นฝั่ง Site ต่อ Internet ผ่าน 4G LTE USB Huawei E3372 โดยใช้ Sim ของ TRUE ตัวเดิมครับ


สร้าง Connection VPN บน Notebook เป็น Windows 10 ครับ

windows 10 VPN L2TP IPSecs 4G



แก้ไข VPN Connection Property

windows 10 VPN L2TP IPSecs 4G




Connected เรียบร้อย

windows 10 VPN L2TP IPSecs 4G



ลองทดสอบ Ping ไปที่ Server (ผม Fix IP ตัว Server ไว้ใหม่เป็น 192.168.10.51)

สังเกตุว่าจะใช้เวลา Ping เยอะกว่า VPN Site To Site พอสมควร ถ้า Packet เล็กๆแบบนี้ ต้องดูที่ค่า Latency ครับ แก้ยากอยู่ เพราะเป็นที่ผู้ให้บริการ


windows 10 VPN L2TP IPSecs 4G



ทดสอบ Connect Database

windows 10 VPN L2TP IPSecs 4G connect database

ผ่าน!




การใช้ PepVPN ในการสร้าง VPN Tunnel มันง่ายมากครับ ไม่ต้อง Config รวมถึง MA อะไรกันเยอะ และ ทุกวันนี้ความเร็ว Internet มีความเร็วสูงมาก ราคาก็ถูกลง พวก Service ต่างๆ ที่เราใช้แชร์ร่วมกัน ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้กิน bandwidth อะไรกันมากมาย

เช่นพวก VOIP ก็แค่ระดับ Kb จะใช้เยอะหน่อยก็พวกแชร์ไฟล์ และ พวกโปรแกรมต่างๆ ที่เป็นลักษณะ Client/Server


โปรแกรมที่เป็น Client/Server จะช้าหรือเร็ว ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบโปรแกรมด้วยครับ เวลา Query ข้อมูลมา ถ้าใช้เป็น select * from table นี้มันมาทั้ง record เลย ให้เลือก select field ที่ใช้งานจริงๆ ก็พอแล้ว

การ process เพื่อเอา result ต่างๆ ต้องให้ server เป็นคนทำครับ ถ้าใช้ oracle ก็เขียน pl/sql ช่วย หรืออะไรที่ใช้ trigger ช่วยได้ก็ใช้ไป เพราะมันเป็นการจัดการที่ฝั่ง server อย่าดึงข้อมูลมาที่ Client ทั้งก้อน แล้ว process หาผลลัพท์ที่ Client รวมถึง การใช้ Fetch ดึงมาไม่กี่ record ก็พอ เวลาเลื่อน cursor ก็ค่อยดึงมาอีกที เท่านี้ก็ช่วยให้โปรแกรมทำงานได้เร็วขึ้นเยอะละครับ


ส่วนพวกโปรแกรมที่เป็น Database แบบ File Base เช่น dbase ,Access แล้วต้องใช้วิธี Map Drive เอา อันนี้ช้าแน่นอน เพราะเวลา run โปรแกรมที มันต้องดึง Database มาทั้งก้อน แก้ไขได้อย่างเดียวคือเพิ่มความเร็ว Internet ขา Upload ฝั่ง Server ครับ..

Please log in to rate this article

Share this content

Follow us on Facebook