วิธีตั้งค่า VIGI Remote Registration ให้ VIGI NVR บันทึกภาพจาก VIGI IP-Camera ข้าม Site ผ่าน Internet โดยไม่ต้องทำ...
- ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณแล้ว
- จัดส่ง
- รวมทั้งสิ้น ฿0.00
การทำ VIGI Remote Registration บันทึกภาพจาก VIGI IP-Camera ข้าม Site
การทำ VIGI Remote Registration บันทึกภาพจาก VIGI IP-Camera ข้าม Site

VIGI Remote Registration เป็นฟังก์ชันของระบบกล้องวงจรปิด TP-Link VIGI ที่ช่วยให้ VIGI NVR สามารถบันทึกภาพจาก VIGI IP-Camera ที่อยู่คนละ Site ได้ผ่าน Internet โดยไม่จำเป็นต้องทำ VPN Site-to-Site ระหว่างสาขา
วิธีนี้เหมาะกับงานที่มีกล้องติดตั้งอยู่ต่างสถานที่ เช่น สาขาย่อย โกดังสินค้า บ้านพัก จุดเฝ้าระวัง หรือพื้นที่ที่ใช้ Internet ผ่าน 4G Router แล้วต้องการให้กล้องส่งภาพกลับมาบันทึกที่ NVR ส่วนกลาง
โครงสร้างการทำงานคือ ฝั่งสำนักงานใหญ่ติดตั้ง VIGI NVR อยู่หลัง Router ที่มี Public IP ส่วนฝั่งปลายทางติดตั้ง VIGI IP-Camera และเชื่อมต่อ Internet เมื่อเปิดใช้งาน Remote Registration กล้องจะ Register กลับมายัง NVR เพื่อให้สามารถบันทึกภาพและดูภาพย้อนหลังได้จากส่วนกลาง
VIGI Remote Registration เหมาะกับงานแบบไหน
การทำ VIGI Remote Registration เหมาะกับงานที่ต้องการบันทึกภาพจากกล้องหลายสถานที่กลับมายัง NVR หลัก โดยไม่ต้องติดตั้ง NVR เพิ่มในทุกสาขา และไม่ต้องตั้งค่า VPN ระหว่าง Router
- กล้องวงจรปิดที่สาขาย่อย
- กล้องที่โกดังสินค้า
- กล้องที่บ้านพักหรือสำนักงานย่อย
- กล้องตามจุดเฝ้าระวัง
- กล้องที่ใช้ Internet ผ่าน 4G Router
- งานที่ต้องการบันทึกภาพกลับมายัง NVR ส่วนกลาง
ข้อดีของ VIGI Remote Registration
ข้อดีของ VIGI Remote Registration ช่วยลดความซับซ้อนของระบบกล้องข้าม Site เพราะไม่ต้องทำ VPN Site-to-Site ระหว่างสถานที่ ทำให้ประหยัดค่าอุปกรณ์ ประหยัดเวลาในการติดตั้ง และตั้งค่าได้รวดเร็วกว่า
- ไม่ต้องทำ VPN Site-to-Site เพื่อบันทึกภาพจากกล้องต่าง Site
- ตั้งค่าง่าย ใช้เวลาน้อย
- ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง
- กล้องต่าง Site สามารถบันทึกภาพกลับมายัง NVR หลักได้
- ฝั่งกล้องสามารถใช้ Internet ได้หลายรูปแบบ เช่น Fiber, Broadband Internet หรือ 4G Router
- ปลอดภัยกว่าการบันทึกลง Memory Card ที่ตัวกล้องโดยตรง
ในกรณีที่บันทึกภาพลง Memory Card ที่ตัวกล้อง หากกล้องถูกขโมย Memory Card ก็จะหายไปพร้อมกับกล้อง แต่ถ้าใช้ VIGI Remote Registration เพื่อบันทึกภาพกลับมายัง NVR ส่วนกลาง ไฟล์วิดีโอจะถูกเก็บไว้ที่ NVR ทำให้ตรวจสอบย้อนหลังได้สะดวก
ข้อควรระวังในการใช้งาน VIGI Remote Registration
การใช้งาน Remote Registration ต้องมีการ Forward Port จาก Router ฝั่ง NVR ไปยังตัว VIGI NVR ดังนั้น Internet ฝั่ง NVR จำเป็นต้องเป็น Public IP เพื่อให้กล้องจากภายนอกเชื่อมต่อกลับเข้ามาได้
หากฝั่ง NVR ได้ IP-Public แบบ Dynamic (IP Address เปลี่ยนทุก 24 ชั่วโมง) สามารถใช้งานร่วมกับ DDNS ได้ แต่ในช่วงที่ IP Address เปลี่ยน และ DDNS ยังอัปเดตไม่ทัน ภาพจากกล้องข้าม Site อาจหายชั่วคราว
- ฝั่ง NVR ต้องใช้ Public IP
- ถ้าไม่ได้ใช้ Fix IP ควรตั้งค่า DDNS
- ต้อง Forward Port จาก Router ไปยัง VIGI NVR
- Internet ฝั่งกล้องและฝั่ง NVR ควรมีความเสถียร
- ควรกำหนด Verification Code ให้ปลอดภัย
- ควรเปิดเฉพาะ Port ที่จำเป็นต่อการใช้งาน
Port ที่ใช้สำหรับ VIGI Remote Registration
การเชื่อมต่อระหว่าง VIGI IP-Camera และ VIGI NVR จะใช้งาน Port หลัก 2 รายการ คือ Management Port และ Remote Stream Port โดย Router ฝั่ง NVR ต้องทำ Port Forwarding ทั้ง 2 Port นี้ไปยัง IP Address ของ VIGI NVR
| รายการ | Port | รายละเอียด |
|---|---|---|
| Management Port | 6000 | ใช้สำหรับการจัดการและ Register กล้องเข้ามายัง NVR |
| Remote Stream Port | 6003 | ใช้สำหรับรับ Stream ภาพจากกล้องมายัง NVR |
หมายเหตุ: ค่า Port ควรยึดตามที่ตั้งค่าในหน้า Remote Registration ของ NVR หากมีการเปลี่ยน Port ต้องกำหนดให้ตรงกันทั้ง Router, NVR และ IP-Camera
รูปตัวอย่างการ Forward Port ที่ Gateway

ขั้นตอนตั้งค่า VIGI Remote Registration บน NVR
เริ่มจาก Login เข้า VIGI NVR จากนั้นเข้าเมนู Camera > Remote Registration
ตั้งค่าดังนี้
| รายการ | ค่าแนะนำ |
|---|---|
| Remote Registration | Enable |
| Verification Code | กำหนด Code สำหรับยืนยันตัวตน |
| Management Port | 6000 |
| Remote Stream Port | 6003 |
หลังจากตั้งค่าเรียบร้อย ให้กด Apply

Verification Code เป็นรหัสที่ใช้ยืนยันตัวตนของกล้องที่จะ Register เข้ามายัง NVR ควรกำหนดเป็นรหัสที่เดายาก และหลีกเลี่ยงรหัสง่าย ๆ เช่น 123456 หรือ password
ขั้นตอนตั้งค่า VIGI IP-Camera เพื่อ Register เข้ามายัง NVR
ที่ฝั่ง VIGI IP-Camera ให้ทำ Initial Setup ตาม Wizard ให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นเข้าเมนู Camera > Remote Registration
ตั้งค่าดังนี้
| รายการ | ค่าแนะนำ |
|---|---|
| Remote Registration | On |
| IP/Domain Name | Public IP หรือ DDNS ของ Gateway ฝั่ง NVR |
| Management Port | 6000 |
| Remote Stream Port | 6003 |
| Verification Password | ใส่ Verification Code ที่กำหนดไว้ใน NVR |
หลังจากตั้งค่าเรียบร้อย ให้กด Apply

ในช่อง IP/Domain Name สามารถใส่ได้ทั้ง Public IP หรือ DDNS ของ Router ฝั่ง NVR เช่น กรณีสำนักงานใหญ่มี Fix IP สามารถใส่ Public IP ได้โดยตรง หากใช้ Dynamic IP แนะนำให้ตั้ง DDNS ไว้ที่ Router แล้วนำชื่อ DDNS มาใส่ในช่องนี้
ตรวจสอบกล้องที่ Remote Register เข้ามาบน VIGI NVR
หลังจากตั้งค่าที่กล้องเรียบร้อย ให้กลับมาตรวจสอบที่หน้า Config ของ VIGI NVR โดยเข้าเมนู Camera > Device Management
หากการตั้งค่าถูกต้อง จะเห็นรายการ VIGI IP-Camera ที่ Remote Register เข้ามาแสดงในระบบ จากนั้นสามารถจัดการกล้อง บันทึกภาพ และตรวจสอบสถานะได้เหมือนกล้องที่อยู่ในระบบเดียวกัน

กรณีไม่พบกล้องในหน้า Device Management
หากตั้งค่าแล้วไม่พบกล้องในหน้า Device Management ให้ตรวจสอบรายการต่อไปนี้
- Router ฝั่ง NVR ทำ Port Forwarding ถูกต้องหรือไม่
- Public IP หรือ DDNS ที่ใส่ในกล้องถูกต้องหรือไม่
- Management Port และ Remote Stream Port ตรงกับ NVR หรือไม่
- Verification Password ตรงกับ Verification Code บน NVR หรือไม่
- Internet ฝั่งกล้องสามารถออก Internet ได้หรือไม่
- Internet ฝั่ง NVR เป็น Public IP จริงหรือไม่
- Firewall บน Router บล็อก Port 6000 หรือ 6003 หรือไม่
การดูภาพย้อนหลังจาก VIGI IP-Camera ข้าม Site
เมื่อ VIGI IP-Camera Register เข้ามายัง NVR และมีการบันทึกภาพเรียบร้อยแล้ว ผู้ดูแลระบบสามารถเข้าเมนู Playback เพื่อดูภาพย้อนหลังได้ตามปกติ
การบันทึกภาพจะถูกจัดเก็บไว้ที่ Hard Disk ภายใน VIGI NVR ฝั่งส่วนกลาง ทำให้สะดวกต่อการตรวจสอบย้อนหลัง และลดความเสี่ยงจากการเก็บไฟล์ไว้เฉพาะที่ตัวกล้อง

ตัวอย่างการใช้งาน VIGI Remote Registration
ตัวอย่างเช่น สำนักงานใหญ่มี VIGI NVR สำหรับบันทึกภาพ ส่วนโกดังสินค้ามีกล้อง VIGI IP-Camera 2 ตัว และใช้ Internet ผ่าน 4G Router ผู้ดูแลระบบสามารถตั้งค่าให้กล้องที่โกดัง Register กลับมายัง NVR ที่สำนักงานใหญ่ได้ โดยไม่ต้องติดตั้ง NVR เพิ่มที่โกดัง
วิธีนี้ช่วยให้การดูแลระบบกล้องหลายสถานที่ง่ายขึ้น เพราะภาพจากทุกจุดถูกบันทึกไว้ที่ NVR หลัก ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบภาพย้อนหลังจากส่วนกลางได้สะดวกกว่า
สรุปการทำ VIGI Remote Registration
VIGI Remote Registration เป็นฟังก์ชันที่ช่วยให้ VIGI NVR สามารถบันทึกภาพจาก VIGI IP-Camera ข้าม Site ได้ผ่าน Internet โดยไม่ต้องทำ VPN Site-to-Site เหมาะกับงานที่ต้องการติดตั้งกล้องต่างสถานที่ แล้วส่งภาพกลับมาบันทึกที่ NVR ส่วนกลาง
จุดเด่นคือ config ง่าย ประหยัดค่าอุปกรณ์ รองรับการใช้งานผ่าน Internet หลายรูปแบบ และปลอดภัยกว่าการบันทึกลง Memory Card ที่ตัวกล้องโดยตรง
สำหรับหน้างานที่มีหลายสาขา หรือมีจุดติดตั้งกล้องที่ใช้ 4G Router การใช้งาน VIGI Remote Registration เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ระบบกล้องวงจรปิดบริหารจัดการง่ายขึ้น และดูภาพย้อนหลังจาก NVR หลักได้สะดวกกว่าเดิม
หากต้องการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด VIGI, ตั้งค่า VIGI NVR, บันทึกภาพจากกล้องต่างสาขา หรือออกแบบระบบ CCTV สำหรับหลาย Site สามารถติดต่อ Sysnet Center เพื่อให้คำแนะนำและออกแบบระบบให้เหมาะกับหน้างานจริงได้ครับ

Facebook comment